บางแสน
บางแสนย้อนยุค ปี2
บางแสนในความทรงจำ ของผมน่าประทับใจมากครับ พ่อผมขับรถพาครอบครัวเล็ก ๆ ไปเที่ยวบางแสน นั่นคงเป็นความทรงจำแรกเกี่ยวกับบางแสน บานานาโบ๊ทในสมัย นั้นยังไม่น่าจะมี ที่ผมตื่นตาตื่นใจที่สุดในการเดินทางไปในครั้งนั้น คือ มอเตอร์ไซด์น้ำ หรือที่เรียกกันว่าเจ็ทสกีในปัจจุบัน พวกเราหอบครก นิ่งข้าวเหนียว และไปหาอาหารทะเลปิ้งกันที่บางแสน สุดยอดแห่งความสุขเลยครับ
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบางแสนอีกครั้ง แต่คราวนี้แตกต่างออกไป โดยไปในฐานะช่างภาพ บางแสนทุกวันนี้สะอาดเป็นระเบียบ และมีความปลอดภัยสูง อาหารทะเล หรือของต่าง ๆราคาไม่แพง ผมได้มีโอกาสไปร่วมถ่ายภาพในงานบางแสนย้อนยุค ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 2 มีการจำลองบรรยากาศ บ้านเรือนในสมัยก่อน รถเก่า ๆ มีการทำซุ้มให้เดินถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เดินไปกินไปกับอาหารทะเล อันแสนอร่อย ลมทะเลพัดโชยมาแผ่ว ๆ กับ พระอาทิตย์ อัสดงยามเย็นสีเหลืองทอง งดงามจริง ๆครับ
ไม่แปลกใจเลย ที่หาดบางแสน เป็นที่หมายของครอบครัวในวันพักผ่อนอันแสนสุข ที่นี่อาจแตกต่างจาก หาดพัทยา หรือหาดจอมเทียน ที่แสนคึกคักพลุกพล่าน เลยจากบางแสน มีตลาดร้อยปี อ่างศิลา ชุมชนโบราณที่แสนโรแมนติก ร้านปะการังและร้านต้นข้าว ร้านอาหาร ชื่อดัง ยังคงรอให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่คับ
ผมหลงรักบางแสนเข้าให้แล้วสิ
เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมาช้านาน อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 13 กิโลเมตร มีบริเวณหาดทรายยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร กว้าง 50-200 เมตร ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ทั้งสถานที่พัก, บังกะโล, ห้องอาบน้ำจืด, ร้านอาหารทะเล และอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ เช่น เรือกล้วย, สกู๊ตเตอร์, ห่วงยาง, จักรยานเช่า ปัจจุบันหาดบางแสนได้รับการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมทั้งด้านทัศนียภาพริมหาด, การจัดระเบียบหาด, การรักษาความสะอาด และการควบคุมราคาสินค้าให้ได้มาตราฐาน เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว ให้เป็นที่นิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย
ชายหาดบางแสน
ถนนเลียบชายหาดซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำให้สวยงาม และเป็นระเบียบมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ วิ่งออกกำลังกาย หรือถีบจักรยานเล่น ชมวิวตลอดชายหาด ซึ่งสองข้างทางปัจจุบันจะมีต้นมะพร้าวตลอดแนว ให้ร่มเงา และความร่มรื่นแม้ในเวลากลางวัน ชายหาดบางแสนจึงเป็นอีกสถานที่ ที่น่าสนใจในวันหยุด ห่างจากกรุงเทพไม่มาก ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง
สัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป บริเวณเขาสามมุขมีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากขับรถไปขึ้นไปบนเขาจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลบางแสนได้สวยงาม
ตำนานเขาสามมุข ตำนานเล่าว่ามีหนุ่มชื่อ "แสน" กับสาวชื่อ "มุข" รักกันมาก แต่ความรักนั้นไม่สมหวัง ทั้งสองจึงได้มาจบชีวิตลงตามคำสาบานที่ให้ไว้ต่อกันตรงหน้าผาด้านข้างศาล ถือเป็นแบบอย่างของความรักที่ซื่อสัตย์ที่เล่าขานกันมาถึงปัจจุบัน
อีกตำนานกล่าวว่าเดิมเขาสามมุขเป็นถ้ำใหญ่ ในถ้ำมีทรัพย์สมบัติมากมาย เช่น โต๊ะ โตก ถาด ถ้วย จาน ฯลฯ สิ่งของเหล่านี้ถือกันว่าเป็นของเจ้าแม่เขาสามมุข เวลามีงานชาวบ้านไปบอกกล่าวขอยืมมาใช้ได้ เสร็จแล้วก็เอาไปคืน ต่อมามีคนไม่ซื่อตรงยืมมาแล้วเอาของไม่ดีไปส่งแทน บางทีก็ไม่ส่งคืน เจ้าจึงเอาหินปิดปากถ้ำเสีย ไม่ให้ใครเข้าออกอีก เจ้าแม่เขาสามมุขจึงเป็นที่เคารพนับถือมาจนทุกวันนี้ ใครไปกราบไหว้จะต้องถวายว่าวและมะพร้าวอ่อน เพราะเชื่อว่าเจ้าแม่โปรด
แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 03 มีนาคม 2010 เวลา 06:25 น.)



